บันทึกเกี่ยวกับควอนตัม

หนังสือควอนตัม

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ข้อคิดจากปาด



เมื่อเช้าวานนี้ผู้เขียนกำลังจะเข้าไปแปรงฟันอาบน้ำก็เห็นตัวอะไรไม่ทราบกระโดดอยู่ในห้องน้ำในตอนแรกก็ทำให้ตกใจ แต่เมื่อมันเกาะแล้วก็ทำให้รู้ว่าเป็นตัวปาด ซึ่งเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเช่นเดียวกับเขียดกบ พยายามจะไล่มันออกไปโดยการฉีดน้ำ ทำให้เห็นว่ามันกระโดดเก่งมากสามารถข้ามไปมาระหว่างกำแพงห้องน้ำได้ ไต่กำแหงได้เช่นเดียวกับสไปเดอร์แมนในหนัง  ปลายเท้าคงมีตุ่มลักษณะพิเศษ ที่ทำให้ยึดเกาะได้ดีน่าศึกษา พบว่าขายาวกว่าลำตัวไม่น้อยสองเท่าเมื่อมันกางขาออก และพับได้เป็น 3 ท่อนลักษณะลำตัวเป็นสีเหลืองหม่น จนแล้วจนรอดมันก็กระโดดออกจากห้องน้ำไป
ที่จำเป็นต้องไล่ไปนั้นเมื่อนึกถึงตัวปาดสมัยเด็กๆ ที่มีผู้ใหญ่เคยบอกกล่าวว่ามันจะมาเกาะตัวเด็กและถ้าฉี่มันเข้าตาจะทำให้ตาบอดได้ ทำให้กลัวๆ กล้าๆ เพราะไม่มีความรู้จริงเรื่องนี้ และถ้าเราเชื่อในกฏแห่งกรรมสำหรับสัตว์ที่ขึ้นมาเยี่ยมเราถึงบนบ้านนั้น ชาติที่แล้วอาจเป็นญาตเรามาก่อนก็ได้ ถ้าคิดได้เช่นนี้เราก็ไม่คิดจะไปทำร้าย ทำลายชีวิตมัน บางครั้งก็อดคิดไม่ได้เพราะมันมาแล้วไม่ยอมไปไหนเสียที ทั้งๆที่พยายามอำนวยความสะดวกให้มันออกไป หลายคนอาจจะเคยเจอนกพลัดหลงเข้ามาแล้วกว่าจะออกจากบ้านได้ก็เอาใจช่วยอยู่นาน
ปกติแล้วชาวพุทธที่ถือศิลข้อหนึ่ง นั้นให้มีเมตตาต่อสัตว์ ไม่ทำร้ายทำลายชีวิตสัตว์ถือว่าทุกชีวิตรักชีวิตของตัวเองและอิงอาศัยกันตามระบบนิเวศ การอบรมสั่งสอนให้บุตรหลานรักสัตว์ให้ความเอ็นดูสัตว์นั้นเป็นเรื่องที่ดี มีความเชื่อว่าคนเรานั้นถ้ารักสัตว์ไม่ฆ่าสัตว์แล้ว มนุษย์ด้วยกันเขาก็จะไม่ทำร้ายไม่ฆ่ากัน เหมือนกับที่เป็นข่าวการทำร้ายร่างกาย ประทุษร้ายกันถึงชีวิต ก็ให้นึกสังเวชว่าคนเรายังขาดสติ ใจร้ายมากถ้าทำไปโดยเจตนา แล้วจะสอนลูกหลานอย่างไร

สำหรับผู้สูงวัย

การมีอายุยืนยาว 100 ปี ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สำหรับความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้คนเราอายุยืนยาวมากขึ้น  หนังสือนี้เขียนขึ้น สำหรับคนที่จะอาศัยอยู่และทำงาน ในช่วงอายุที่ยืนยาวออกไปเป็นร้อยปี

ข้อคิดจากปาด



เมื่อเช้าวานนี้ผู้เขียนกำลังจะเข้าไปแปรงฟันอาบน้ำก็เห็นตัวอะไรไม่ทราบกระโดดอยู่ในห้องน้ำในตอนแรกก็ทำให้ตกใจ แต่เมื่อมันเกาะแล้วก็ทำให้รู้ว่าเป็นตัวปาด ซึ่งเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเช่นเดียวกับเขียดกบ พยายามจะไล่มันออกไปโดยการฉีดน้ำ ทำให้เห็นว่ามันกระโดดเก่งมากสามารถข้ามไปมาระหว่างกำแพงห้องน้ำได้ ไต่กำแหงได้เช่นเดียวกับสไปเดอร์แมนในหนัง  ปลายเท้าคงมีตุ่มลักษณะพิเศษ ที่ทำให้ยึดเกาะได้ดีน่าศึกษา พบว่าขายาวกว่าลำตัวไม่น้อยสองเท่าเมื่อมันกางขาออก และพับได้เป็น 3 ท่อนลักษณะลำตัวเป็นสีเหลืองหม่น จนแล้วจนรอดมันก็กระโดดออกจากห้องน้ำไป
ที่จำเป็นต้องไล่ไปนั้นเมื่อนึกถึงตัวปาดสมัยเด็กๆ ที่มีผู้ใหญ่เคยบอกกล่าวว่ามันจะมาเกาะตัวเด็กและถ้าฉี่มันเข้าตาจะทำให้ตาบอดได้ ทำให้กลัวๆ กล้าๆ เพราะไม่มีความรู้จริงเรื่องนี้ และถ้าเราเชื่อในกฏแห่งกรรมสำหรับสัตว์ที่ขึ้นมาเยี่ยมเราถึงบนบ้านนั้น ชาติที่แล้วอาจเป็นญาตเรามาก่อนก็ได้ ถ้าคิดได้เช่นนี้เราก็ไม่คิดจะไปทำร้าย ทำลายชีวิตมัน บางครั้งก็อดคิดไม่ได้เพราะมันมาแล้วไม่ยอมไปไหนเสียที ทั้งๆที่พยายามอำนวยความสะดวกให้มันออกไป หลายคนอาจจะเคยเจอนกพลัดหลงเข้ามาแล้วกว่าจะออกจากบ้านได้ก็เอาใจช่วยอยู่นาน
ปกติแล้วชาวพุทธที่ถือศิลข้อหนึ่ง นั้นให้มีเมตตาต่อสัตว์ ไม่ทำร้ายทำลายชีวิตสัตว์ถือว่าทุกชีวิตรักชีวิตของตัวเองและอิงอาศัยกันตามระบบนิเวศ การอบรมสั่งสอนให้บุตรหลานรักสัตว์ให้ความเอ็นดูสัตว์นั้นเป็นเรื่องที่ดี มีความเชื่อว่าคนเรานั้นถ้ารักสัตว์ไม่ฆ่าสัตว์แล้ว มนุษย์ด้วยกันเขาก็จะไม่ทำร้ายไม่ฆ่ากัน เหมือนกับที่เป็นข่าวการทำร้ายร่างกาย ประทุษร้ายกันถึงชีวิต ก็ให้นึกสังเวชว่าคนเรายังขาดสติ ใจร้ายมากถ้าทำไปโดยเจตนา แล้วจะสอนลูกหลานอย่างไร

การจัดการความรู้ที่ควรจะเป็น

    โลกในยุคสังคมข่าวสารต้องการบุคคลากรที่มีความรู้มากขึ้นกว่าการมีทักษะเพียงอย่างเดียว  เพราะมีความเชื่อว่า  การมีความรู้กำกับด้วยจะช่วยให้การปรับปรุงการทำงานได้ดีขึ้น  และเชื่ออีกเหมือนกันว่าหน่วยงานที่ดำเนินการจัดการความรู้ได้อย่างดีควบคู่กับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ องค์กรณ์นั้นก็จะมีคุณภาพและประสิทธิภาพ  นั่นก็คือการจัดการความรู้แล้วทำให้มีการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น การจัดการความรู้แล้วไม่ได้หมายถึงการบุคคลากรมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  มีนันทนาการมากขึ้น แต่การทำงานไม่ได้พัฒนาขึ้น  งานก็ไม่ได้ปรับปรุงขึ้น อาจจะเป็นการลงทุนจัดการความรู้ที่ไม่คุ้มค่าก็ได้

     ปัญหาของเรื่องการจัดการความรู้นั้นมีตั้งแต่การให้คำนิยาม  ซึ่งเมื่อประมวลดูแล้วจะมีอยู่สองประการหลักก็คือ การจัดการความรู้เพื่อที่จะให้คนมีความรู้มากขึ้น เป็นผู้เรียนรู้หรือนักเรียนรู้มากขึ้น แล้วจะมีผลทำให้การทำงานดีขึ้น  ต้องการให้นำไปใช้ในการปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น ส่วนการมีความรู้มากขึ้นหรือการเป็นนักเรียนรู้นั้นเป็นผลพลอยได้ไม่ใช่เรื่องหลัก จะเห็นว่าทั้งสองประการดังกล่าวมีความสัมพันธ์กัน เพราะว่าถ้าการมีความรู้เพิ่มขึ้นแล้ว เรียนรู้เองก็ได้ แต่ทำงานไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น กล่าวได้ว่ายังจัดการความรู้ได้ไม่ดีพอ คนอาจทำงานมานานแต่ก็ทำงานไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ บางคนหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลาแต่ก็ยังทำงานได้ไม่ดี หลายคนออกมาเตือนว่าการจัดการความรู้ที่ทำกันนั้นกว้างเกินไป บางทีก็เน้นหนักไปที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลาย เป็นมิตร กันเอง มีมุมของว่างกาแฟ มุมบันเทิงร่วม และมุมอ่านหนังสือ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันว่าเมื่อบรรยากาศเอื้อ ทุกคนอยากอ่าน อยากพบปะ พูดคุย มีการแลกเปลียนเรียนรู้แล้วการทำงานจะดีขึ้นเอง ในความเป็นจริงอาจจะไม่ดีขึ้นเลยก็ได้ ถ้าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นั้นไม่ได้มีผลต่อการทำงานโคยตรงเท่าใดนัก 

การจัดการความรู้ต้องผสมผสานระหว่างความรู้เชิงประจักร (explicit knowledge) และการจัดการความรู้แฝง (tacit knowledge) และต้องตั้งเป้าเพื่อให้ทุกคนได้ทำงานดีขึ้น ซึ่งความรู้ทุกอย่างจะพัฒนางอกเงยเพิ่มขึ้นเมื่อมีการนำความรู้นั้นไปใช้ ไม่ใช่เพียงรู้อย่างเดียว หรือเพียงแต่จากการอ่าน ฟังและพูดคุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการความรู้ที่มุ่งให้ทำงานในความรับผิดชอบให้ดีขึ้น ยิ่งต้องนำความรู้ไปใช้ ความรู้จะยิ่งเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงในการใช้ แก้ปัญหาในการใช้ทำให้ต้องเสริมแต่งความรู้อยู่ตลอดเวลา การจะให้ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นั้น อาจสอดคล้องกับความตั้งใจที่ให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้ แต่จะเป็นเช่นนั้นได้ คงต้องสร้างสิ่งท้าทาย สร้างโอกาสและวิธีการ ให้คนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทีจัดขึ้น อาจทำได้โดยการพบกันซึ่งๆ หน้า การเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ด้วยตนเองเพิ่มเติม และการเรียนรู้เสริมระหว่างกันและกันเมื่อได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

บทความบล็อกที่ขาดหายไป



วันนี้ได้โอกาสดีก็จะได้เริ่มต้นเขียนบล็อกกันใหม่  ก็คงจะได้มีโอกาสเชียนแสดงความคิดเห็น  นำเสนอถึงความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราฃภัฏของเรา

ผมมีความเชื่อตามแนวศาสนาพุทธ ว่าทุกสิ่งนั้นไม่เที่ยงแท้แน่นอน จึงเป็นไปได้ว่าอะไรก็เป็นไปได้เสมอ อะไรที่เป็นไปไม่ได้ในวันนี้แล้วไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ มันอาจจะมีสักวันที่เป็นไปได้ แม้ว่าเราอาจจะไม่เห็นถึงความเป็นไปได้นั้น  นอกเสียจากว่าความเป็นไปได้นั้นมันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ อีกเลย ก็ไม่ต้องให้ความสนใจ  ถ้าจะให้เป็นไปได้ก็ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราหรือพวกเราต้องการสร้างความเป็นไปได้นั้นให้เกิดขึ้นหรือไม่
เอารูปที่แสดงถึงคนที่มีความมุ่งมั่นต้องการสร้างให้เกิดขึ้น ว่าสิ่งที่คิดลงมือทำเป็นไปได้

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

การจัดทำคู่มือพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศิลธรรม และจริยธรรม

Right-Brain Learning in 30 Days การเรียนรู้ด้วยสมองซีกขวา

ก็ต้องตามไปดูกันว่าหนังสือนี้แนะนำไว้อย่างไรที่ให้เกิดการเรียนรู้ด้วยสมองซีกขวาภายใน 30 วัน น่าจะมีประโยชน์ทางการศึกษา เป็นโปรแกรมที่เน้นการคิดทั้งหมด (The Whole Mind Program)

การนวดฝ่าเท่าเพื่อการบำบัดโรค

ด้วยหนังสือเล่มนี้เป็นหมอด้วยตัวคุณเองด้วย การนวดฝ่าเท้าเพื่อการบำบัดโรค
เขียนด้วยเดอร์เตอร์สามพี่น้องตระกูลกาลา The Gala

พลังแห่งการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

การเรียนรู้ด้วยตนเองในที่นี่ไม่ใช่ว่า จะไม่มีครู อย่างน้อยสื่อต่างๆ ก็เป็นครู หรือถ้าต้องการแตกฉานก็ต้องไปแลกเปลี่ยนรู้กับผู้รู้ หรือจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ต้องเป็นการเริ่มต้นจากผุ้ต้องการเรียนรู้เอง

กลับมาอีกครั้งในรอบ 5 ปี

หลังจากได้ร้างห่างไปเป็นเวลานาน ในการเขียนบล็อกก็ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง สำหรับความผูกพันธ์กับราชภัฏ  ต้องการเห็นการพัฒนา เกิดขึ้นที่ราชภัฏ มีทางใดที่เสนอแนวคิดได้ก็จะทำต่อไป

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การเลือกตั้งวันนี้

ตั้งใจว่าจะฟังนายกมาพูดในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย แต่มีพิธีกรออกมาเลื่อนไปเป็นเวลาสองทุ่มคืนนี้ โดยไม่บอกเหตุผล  จะอย่างไรก็แล้วแต่วันนี้ตรงกับวันเลือกตั้งพอดี นายกคงต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะเอาเปรียบพรรคอื่น ถึงจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนคนที่คิดจะโจมตีก็โจมตีให้ร้ายได้หมด เพราะการที่หยุดไม่ดำเนินการตามรายการก็เพราะต้องการหาเสียงในลักษณะที่ว่า เพื่อให้คนรู้ว่าที่หยุดเพราะเลือกตั้ง ทำให้คนเห็นใจที่ว่าไม่เอาเปรียบคู่แข็ง แต่ถ้าไม่หยุดนายกก็ต้องพูดว่ารัฐบาลทำโน้นทำนี่ก็หาเสียงอีก

วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คลิกเพื่ออ่านข้อมูลมหาวิทยาลัย


ใครเป็นใครวันสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ม.ราชภัฏนคร

อีบุคหน้าเขามหาชัย

คลังอีบุคหน้าเขามหาชัยเป็นชื่อหน้าโฮมเพจซ์ หรือเว็บไซต์ ตามสถานที่ในอินเตอร์เน็ต คือ http://nakhonebook.blogspot.com/ ในไซต์นี้จะนำเสนออีบุคในรูปของไฟล์ pdf ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน และภารกิจอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย   ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ

วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

โครงการวิจัยข้อเสนอการวิจัยจะทำอะไรกันดี

จากแนวคิดของนายแพทย์ ประเวศ วสี ได้ให้แนวคิดว่า มหาวิทยาลัยเราแยกตัวออกจากชุมชนชาวบ้านที่มุ่งเน้นเอาตัววิชาเป็นตัวตั้ง ทำไม่รู้วิชาจริง  ยังต้องมีความรู้ในเรื่องของศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่ต้องเคารพกัน ที่ผ่านมาเป็นไปได้ว่า คนที่มาเรียนวิชาแล้วทำให้ดูถูกชาวบ้านที่ไม่ได้เรียนว่าต่ำต้อย 

การศึกษาที่ถูกต้องจะต้องเอาปัญหาของชุมชนของ ชาวบ้านมาบูรณาการกับวิชาให้ได้ จึงจะนับได้ว่ารู้วิชาจริง

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

การ์ตูนคณิตคิดสนุกตอน แปลกดีนะ

แนวคิดการจัดทำคลังบล็อก

เดียวนี้มีบล็อกเกอร์เรื่องราวต่างๆ ที่นำเสนออยู่ในอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก มีทั้งเรื่องเฉพาะทางที่เป็นเรื่องใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  เช่นเรื่องนาโนเทคโนโลยี เรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นเรื่องสมุนไพร หากได้สังเคราะห์วิเคราะห์บล็อกเหล่านี้แล้วจะได้ความรู้ใหม่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่น่าทำวิจัยอีกอย่างหนึ่ง  แนวคิดการสังเคราะห์บล็อกจึงเกิดขึ้น โดยจะรวมรวมบล็อกและวิเคราะห์เนื้อหาของแต่ละบล็อกและลิงค์ไปยังบล็อกที่ต้องการได้

โรคหลงตัวเอง

สองสามวันมานี้ได้ข่าวพระรูปหนึ่งที่ถูกร้องเรียนในเรื่องความไม่โปร่งใสในเรื่องของทรัพย์ และในเรื่องที่อ้างว่าละลึกชาติได้ไปถึงชาติที่ผ่านมาว่าเคยเป็นถึงกษัตริย์ เมื่อได้ยินได้ฟังแล้วก็ให้ได้คิดว่าวัตรปฏิบัตรของพระในปัจจุบันนั้นยังห่างไกลจากครั้งพุทธกาลและคำสอนของพระพุทธองค์ สัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งนัก  ทั้งๆ ที่ทราบกันดีว่าประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยอยู่เสมอ เท่าที่นึกได้ก็มีพระยันตระ พระนิกร พระภาวนาพุทโธ แต่เราไม่ค่อยได้เอามาเป็นบทเรียนยังหลงเชื่อ หรือถูกหลอกให้เชื่ออยู่เสมอ 

และเมื่อสองสามวันมานี้เช่นกันได้ดูภาพยนต์เรื่องหนึ่งชื่อว่า The Perfect Day นำแสดงโดย Rob Row ภาพยนต์เรื่องนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงโอกาสของคนที่ถูกให้ออกจากงาน สามารถไปทำอย่างอื่นที่แตกต่างคือการเป็นนักเขียนนิยายที่เคยทำค้างไว้ให้เสร็จ แล้วโรงพิมพ์รับซื้อให้ไปพิมพ์จำหน่ายในช่วงวันคริสมาส ซึ่งประสบผลสำเร็จเกินคาด เป็นนักเขียนหน้าใหม่ที่ประสบผลสำเร็จเร็วจนลารี่คิงไลน์ขอสัมภาษณ์ไปทั่วประเทศ  จากที่ประสบผลสำเร็จเร็วเห็นผลประโยชน์ที่มีมาตรงหน้าจนทำให้ลืมลูกลืมเมียไปได้เช่นกัน  แต่เผอิญเขายังโชคดีที่มีทีมทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องคนประสบผลสำเร็จเร็วที่ตั้งสมมุติฐานไว้ว่า คนที่ประสบผลสำเร็จเร็วมักมีอาการหลงตัวเอง คณะวิจัยทำเป็นความลับไม่ให้รู้ตัว แต่ก็คอยเตือนอยู่เสมอถึงเรื่องอาการหลงตัวเอง ทำให้พระเอกของเรื่องนี้สำนึกตัวได้ ไม่ถึงกับมีปัญหากับครอบครัวถึงขั้นหย่าร้างเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา 

ที่ยกตัวอย่างภาพยนต์ที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ของพระคุณเจ้าทั้งหลายที่มีอาการคล้ายคลึงกันที่เมื่อมีคนศรัธาสูงที่เรียกว่าพระขึ้น คือคนมาชมบารมียินยอมถวายอะไรให้ได้เกือบทุกอย่างหากมีความเชื่อศรัธาว่ามีบุญบารมีแก่กล้าพูดทำอะไรคนก็เชื่อไปหมด  ทำให้ เป็นไปได้เหมือนกับที่เป็นในภาพยนต์ดังกล่าว แต่สำหรับในกรณีของพระอาจจะยังไม่มีใครเคยทำวิจัยที่มีเหตุผลที่ให้ข้อสรุปเตือนใจ เผื่อว่าเป็นลางบอกเหตุได้ว่าถ้าอาการแบบนี้แล้วถือว่าเป็นโรคชนิดหนึ่ง จะเรียกว่าเรียกว่าโรคหลงตัวเอง หรือโรคเสียงสมดุลทางธรรม ที่ผ่านมาบุญบารมีก็จะค่อยๆ ลดลงไปความเสื่อมก็เข้ามาแทนที่

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

เทศกาลการสอบ

การสอบหรือการประเมินผลการเรียนรู้ในรายวิชาต่างๆ ที่นักศึกษาลงเรียน การสอบกลางเทอมถือเป็นความรับผิดชอบของอาจารย์ผู้สอนที่จะดำเนินการเอง  แต่การสอบภาคปลายนั้นเป็นประเพณีไม่มีการเปลี่ยนแปลงดำเนินการโดยส่วนกลางหรือมหาวิทยาลัย ถือเป็นการช่วยเหลือกันสำหรับคนที่ไม่มีกำลังคน ในการกับกับดูแลในการสอบ แต่ก็น่าแปลกที่ว่าตอนกลางเทอมจัดการเองได้ และคะแนนส่วนใหญ่ตามหลักการประเมินผลการศึกษาน่าจะไปอยู่ที่กลางเทอม ส่วนปลายเทอมนั้นมีเหลืออยู่อาจไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ให้ความสำคัญกับมันมากกว่าการเรียนรู้ที่พัฒนาการมาตั้งแต่เริ่มต้นเปิดเรียน   อันนี้ก็ดูได้ไม่ยากหากจะไปดูที่แผนการสอนของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร

ในมหาวิทยาลัยอื่นๆ การสอบทั้งหมดนั้นให้เป็นหน้าที่ของแต่ละคณะที่รับผิดขอบเปิดสอนรายวิชานั้นๆ ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานก็จะเป็นห้องรวมขนาดใหญ่ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้คนกำกับดูแลในการสอบมากนัก และก็จะไม่มีเสียงบ่นการคุมสอบใครคุมมากคุมน้อย ที่ก่อให้เกิดการไม่ยุติธรรม แต่ละเทอมจะได้ยินเสียงบ่นเรื่องการกำกับการสอบอยู่เสมอ หากกระจายอำนาจให้เป็นการสอบของคณะน่าจะมีผลดีกว่าเพราะว่า ประการแรกจะได้ไม่ต้องโทษกันไปมาว่า การกำกับการสอบไม่ดีมีการทุจริตเกิดขึ้น ถ้าคณะไปกำกับเองก็จะโทษใครไม่ได้

ในการควบคุมการสอบนักศึกษาบางครั้งก็พยายามที่จะทุจริตเล็กๆ น้อยๆ เช่นแอบดูของผู้อื่น หรือไม่ก็แอบเขียนคำตอบไว้ในเศษกระดาษหรือในส่วนของร่างกาย ไม่ก็ส่งสัญญาณกันระหว่างเพื่อนที่สอบด้วยกันในกรณีที่เป็นข้อสอบปรนัย  เคยเห็นอาจารย์บางท่านได้เขียนไว้ในห้องคุมสอบว่า การทุจริตในการสอบหมายถึงอนาคตของท่าน  นักศึกษาบางคนก็ไม่เข้าใจอีกว่าหมายความว่าอย่างไร สำหรับความหมายก็ไม่มีอะไรมาก หากนศ.ทุจริตในการสอบ ในอนาคตก็มีความโน้มเอียงที่จะไปทุจริตคนอื่นอีก ก็พึงระวังกันไว้  หรือไม่ก็การทุจริตในการสอบ ไม่ยอมศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่จะสอบ อนาคตคงจะสดใสได้อยาก อาจารย์บางท่านถึงกับถามนักศึกษาว่า มาเรียนในมหาวิทยาลัยทำไม ถ้าจะมาเอาความรู้ การทดสอบเป็นการประเมินดูว่าเรามีความรู้อยู่มากน้อยเพียงใด ถ้าลอกหรือทุจริตเสียแล้วจะมีความรู้ได้อย่างไร

สวัสดี

บล็อกนี้เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชาวราชภัฏทั้งหลายที่ต้องการแลกเปลี่ยนทัศนะความเป็นไป ว่าสถานะของราชภัฏควรจะอยู่อย่างไร จะพัฒนาไปด้านใด